
|
พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล |









|
พล.ต.ต. ขุนพันธ์รักษ์ ราชเดช ผู้คนส่วนใหญ่สำคัญผิดคิดว่าผู้เขียนเป็นศิษย์ก้นกุฏิของ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความเป็นจริงผู้เขียนไม่เคยรู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัวมาก่อน เพราะว่าสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ท่านขุนเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นมือปราบโจรผู้ร้ายมีชื่อเสียงเลื่องลือ และเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าท่านเป็นนักไสยศาสตร์จอมขมังเวท เล่าลือกันว่าหนังเหนียวยิงไม่เข้าฟันไม่ออก เป็นที่เกรงกลัวของพวกคนร้ายมาก
.......สมัยหนึ่งท่านขุนร่วมกับนักไสยศาสตร์ชื่อดังชาวพัทลุงชื่อ อาจารย์ชุม ชัยคีรี ประกอบพิธีสร้างพระที่วัดพระบรมธาตุ แสดงพิธีทางไสยศาสตร์หลายอย่าง ผู้เขียนเคยไปดูเห็นท่านขุนนุ่งขาวห่มขาวร่ายรำดาบสองมือให้ประชาชนได้ชม ต่อจากนั้นก็เสกน้ำมันทาตัวแล้วใช้ดาบฟันเห็นเป็นรอยเลือดออกซิบๆ แต่ไม่เข้าถึงเนี้อ นับว่าเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ของคนทั่วไป ครั้นผู้เขียนเป็นนักเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับ คุณทัศนีย์ พันธรักษ์ราชเดช บุตรสาวคนหนึ่งของท่านขุน มีความสนิทสนมกับผู้เขียนมาก ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมเยียนคุณทัศนีย์ที่บ้านท่านขุน แต่สมัยนั้นผู้เขียนยังเป็นเด็กวัยรุ่น ท่านขุนเป็นผู้ใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูงมีหน้าที่การงานมาก คงไม่รู้จักและจำผู้เขียนไม่ได้ จนกระทั่งผู้เขียนสำเร็จการศึกษา จึงเดินทางไปเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กรุงเทพฯ เมื่อสำเร็จการศึกษาเป็นนิติศาสตร์บัณฑิต ได้เข้ารับราชการตำรวจเป็นพนักงานสอบสวนถูกแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวด สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ดินแดนแห่งดงพญาไฟ ซึ่งประชาชนหลั่งไหลเข้าไปบุกเบิกที่ทำกิน จึงเต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรม ผู้เขียนได้มีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับ นายอนันต์ อนันตกูล นายอำเภอปากช่อง ซึ่งมีฝีไม้ลายมือทั้งด้านการปกครอง พัฒนา และการปราบปรามอย่างหาใครเสมอเหมือนได้ยาก เข้าคู่กับ พันตำรวจตรีพิทักษ์ สมบูรณ์ธรรม ผู้บังคับกอง มือปราบปืนโหดมีชื่อเสียงเลื่องลือมีอนาคตไกล ผู้เขียนจึงมีโอกาสฝึกฝนวิทยายุทธในสำนักตักศิลา ไม่นานก็เป็น ดาวรุ่งดวงใหม่ แต่งยุทธจักรภูธรทั้งในฐานะมือปราบจังโก้ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ในการเอาผู้ร้ายเข้าคุก นับจากอำเภอปากช่องเป็นต้นมา ผู้เขียนได้รับเกียรติจากกรมตำรวจให้ไปทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในพื้นที่ซึ่งคนอื่นทำไม่ได้เสมอ จึงมีโอกาสก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในระดับนำรุ่นตลอดมา
.......ในชีวิตการเป็นตำรวจ ผู้เขียนมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสไปทำหน้าที่ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในบ้านเมืองที่ไม่มีใครอยากไปอยู่ เช่น อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี แม้กระทั่งการปราบปรามมือปืนและผู้มีอิทธิพล ในจังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ.2528 ได้เกิดปัญหาอาชญากรรมและอิทธิพล อำนาจมืดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัญหาโจรเรียกค่าคุ้มครอง จับคนไปเรียกค่าไถ่ กลุ่มอิทธิพลอำนาจมืด ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน พวกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตป่าเขา ทำให้สถิติคดีอุกฉกรรจ์มหันตโทษสูงลิ่ว สถิติคดีอุกฉกรรจ์ของจังหวัดต่างๆ ค่อนประเทศรวมกันยังน้อยกว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดเดียว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกสิทธิ์ จิระโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น แต่ทางรัฐบาลขอร้องให้ พลตำรวจเอกณรงค์ มหานนท์ อธิบดีกรมตำรวจแก้ไขก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องย้ายอธิบดีด้วยเหตุนี้คณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของกรมตำรวจจึงคัดเลือกนายตำรวจมือปราบ ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตให้ลงไปแก้ปัญหา ในที่สุดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แต่งตั้งผู้เขียนไปดำรงตำแหน่งนครศรีธรรมราช
เรียบเรียงโดย พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล (อดีต)ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
|

