พล.ต.ท.สรรเพชญ  ธรรมาธิกุล

พระราหูคืออะไร (2)

.....เหตุที่โลกบังเกิดหดเงามืดขึ้นในภาคกลางคืน  เงามืดของโลกที่ทอดตัวออกไปในชั้นบรรยากาศ  แผ่ขยายขอบเขตออกไปกว้างไกลสุดพรรณนา  ยิ่งไกลออกไปเท่าไหร่  เงามืดก็ยิ่งดำมืดมหึมาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ  ท่ามกลางเงามืดของโลก ในภาคกลางคืนนี่แหละทางโหราศาสตร์เรียกว่า  " พระราหู"   ที่อัดแน่นไปด้วยละอองธาตุทั้ง 4  และคลื่นพลังนานาชนิด  แผ่กระจายขึ้นไปในชั้นบรรยากาศที่หนาวเย็นยะเยือก  แม้ว่ายิ่งบางเบาก็ตาม  แต่คลื่นพระราหูนี้ได้แปลสภาพเป็นสื่ออันทรงประสิทธิภาพของโลก  สำหรับรองรับอนุภาคแสงดาวประการหนึ่ง  และเป็นเส้นทางลำเลียงระบบธาตุบนชั้นบรรยากาศลงมาปรุงแต่งกันระบบธาตุในโลก  เพื่อให้เกิดรูปธรรมชาติดังที่รู้เห็นกันอยู่  โดยปกติคลื่นบรรยากาศที่อยู่ในเงามืดซึ่งเรียกว่า  พระราหู  เราพบเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า  ความมืดก็ย่างกรายเข้ามาในยามราตรีอันเป็นเวลาสงบร่มเย็น  คนเราจะง่วงเหงาหาวนอนอยากพักผ่อน  ด้วยเหตุนี้โหราจารย์จึงอุปมาพระราหูว่าเหมือนดังนักพรตผู้ทรงศีล  ผู้ใฝ่สันโดษและมักน้อยไม่ใช่ยักษ์มารดังที่เข้าใจกัน  นอกจากนั้นดาวเคราะห์ดวงอื่นก็มีเงามืดเรียกว่า  พระราหู  เช่นเดียวกับโลก  ดังนั้น  พระราหู  ตามความหมายทางดาราศาสตร์จึงแตกต่างกับความเชื่อของคนโบราณ  หรือข้อความในพระไตรปิฏกของพุทธศาสนา

 

.......แต่ในวิชาโหราศาสตร์ของชาวศรีวิชัยกล่าวถึงความลึกลับพิศดาร  ที่ซ่อนอยู่ภายในขอบเขตเงามืดของโลก  ซึ่งเราพบเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันหลังจากแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ฝุ่นละอองธาตุทั้ง  4   ของโลก  ถูกพลังความร้อนของดวงอาทิตย์เผาผลาญจนระเหยระเหิดล่องลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ  แปรสภาพเป็นพื้นที่สนามธาตุอันยิ่งใหญ่อยู่ภายในเงามืด  ใหญ่โตมโหราฬสุดพรรณนา  เกิดปฏิกิริยาจากความหนาวเย็น  ทำให้รวมตัวกันแน่นหนากว่าภาคกลางวันพลังกดดันของกระแสธาตุนี้เอง  ทำให้คนเราเกิดง่วงเหงาหาวนอน  บ้างก็ดื่มเครื่องดองของเมา  บ้างก็อยากพักผ่อนสนุกสนาน  บ้างก็อยากจำศีลภาวนา  วิชาโหราศาสตร์เรียกความควบแน่นของกระแสธาตุภายในเงามืดของโลกในยามค่ำคืน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนชั้นบรรกาศของโลกว่า  " ระบบชั้นบรรยากาศธาตุ"  มีการเคลื่อนไหวสั่นสะเทือนเหมือนดังละลอกคลื่นในมหาสมุทร  เนื่องจากการหมุนรอบตัวเองของโลกและโคจรไปรอบดวงอาทิตย์  ระบบชั้นบรรยากาศธาตุภายในเงามืดดังกล่าวนี้  วิชาโหราศาสตร์เรียก " คลื่นพระราหู"  อันเป็นที่มาของนิทานโหราศาสตร์กล่าวว่า  เหล่าเทวดากวนน้ำอมฤตบนสวรรค์ชั้นฟ้าสำเร็จเสร็จสิ้น  ถูกพระราหูแอบขโมยดื่มกิน  จนกลายเป็นตำนานชาติเวรการประกอบอาชญากรรมกันมาตั้งแต่ครั้งเทวดาสร้างโลก  ติดตามจองล้างจองผลาญกันมาจนถึงทุกวันนี้

 

.....แท้จริงแล้ววิชาโหราศาสตร์ได้อธิบายให้ทราบว่า  ระบบชั้นบรรยากาศของโลกหรือที่เรียกกว่า  คลื่นพระราหู  นั้น  เป็นแหล่งรองรับอนุภาคแสงดาว  หรือรัศมีดาว  ซึ่งสะท้อนคลื่นพลังแสงมายังโลก  ในรูปสีสันสวยสดงดงามผสมผสานกับแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน  เมื่อกระทบกับละอองธาตุน้ำก็จะเปล่งประกายเป็นสีรุ้งงามจับตา  แต่ในภาคกลางคืนอนุภาคแสงดาวไม่สามารถเดินทางเข้ามาสู่โลกได้  เพราะขาดสื่ออันทรงประสิทธิภาพสูงสุด คือ  คลื่นพลังแสงอาทิตย์ด้วยเหตุนี้คลื่นพลังแสงดาวที่เดินทางไกลแสนไกล  ถูกบังคับให้ผสมผสานกับระบบธาตุของโลก  ไปตามลักษณะของธาตุที่เหมือนกัน  หรือเกื้อกูลกัน  ดังบทประพันธ์เกี่ยวกับการผสมธาตุระหว่างอนุภาคแสงดาว  กับ  ระบบโลกธาตุ  ไว้ว่า"เมื่อมิตรก็ชื่นชอบ  บ่มีโทษแถลงทัณฑ์  ปางเป็นสัตรูสรร  พะบาปะอุบัติเป็น"  ดังนี้เป็นต้น

 

.......การปรับแต่งแปลงสภาพระบบโลกธาตุในชั้นบรรยากาศท่ามกลางความมืด  อุปมาดังเหล่าเทวดาผสมพันธุ์กันบนสวรรค์ชั้นฟ้า  อธิบายให้ทราบถึงที่มาของพิธีกวนน้ำอมฤตตามหลักแห่งเหตุผล  ซึ่งนักโหราศาสตร์โบราณพยายามศึกษาค้นคว้า  จนทราบถึงความลับของธรรมชาติอันเป็นต้นกำเนิดของมวลชีวิต  ธรรมชาติ  และการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงขึ้นในโลกตามกฏวัฏจักรอธิบายให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลก  ชั้นบรรยากาศและดวงดาวในจักรวาล

 

.......แต่ระบบชั้นบรรยากาศธาตุที่อยู่นอกโลกหรือคลื่นพระราหูอันเกิดจากการปรุงแต่ง  แปลงสภาพของโลกธาตุและอนุภาคแสงดาว  บันดาลให้เกิดขั้วบวก  ขั้วลบ  และความเป็นกลาง  ล่องลอยวนเวียนอยู่รอบโลก  ถูกแต่งเติมเสริมสภาพให้เกิดความเข้มข้นจากแสงอาทิตย์  แสงจันทร์  อยู่ตลอดเวลา  โลกไม่สามารถดึงดูดลงมาผสมกับระบบธาตุบนพื้นโลกได้  เพราะว่าบนชั้นบรรยากาศอันบางเบา  ฝุ่นละอองธาตุที่ไร้น้ำหนัก  ถูกพลังดึงดูดของจักรวาลต่อต้านขัดขวางไว้เหมือนดังการชักเย่อกัน ระหว่างโลกกับดวงดาว  ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะกัน  นักโหราศาสตร์ค้นพบว่าดวงจันทร์ที่โคจรไปรอบโลก  คราใดเคลื่อนที่ผ่านมาประสานแรงดึงดูดร่วมกับโลก  จึงสามารถแย่งชิงเอากระแสธาตุบนชั้นบรรยากาศ  ให้เข้ามาอยู่ในรัศมีที่โลกสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้   การดึงดูดกระแสธาตุจากรอบนอกของชั้นบรรยากาศ เข้าสู่ชั้นใน  จึงกลายเป็นที่มาของเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ซึ่งมีเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่คือ  พระอินทร์  ทรงช้างเอราวัณลอยฟ่องอยู่เหนือวิมานเมฆ  และคำศัพท์ทางวิชาการโหรเรียกว่า"ฤกษ์บน"  และ  "ตรียาง-นวางค์"  พร้อมที่จะหลั่งไหลลงมาผสมผสานกับธาตุในโลก  ดังปรากฏการณ์ฝนตก  หรือ  ลมพัด  ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลกไปตามจังหวะที่เรียกว่า   "ฤกษ์ล่าง"   

 

.......หลักฐานการค้นพบที่มาอันน่าพิศวงของการก่อกำเนิด  มนุษย์  สัตว์  พืช  และสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกของนักโหราศาสตร์  นอกจากอธิบายให้คำตอบได้ว่า  เหตุใดดวงดาวจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนเราและความเป็นไปในโลกแล้ว  ยังสรุปความเห็นว่าเงามืดของโลกภาคกลางคืนหรือที่เรียกว่า  พระราหู  เป็นตัวการสำคัญอย่างยิ่ง  ถ้าปราศจากเงามืดอันหนาวเย็นดังกล่าวนี้เสียแล้ว  ระบบชั้นบรรยากาศธาตุไม่สามารถเดินทางเข้ามาปรุงแต่งแปลงสภาพกับธาตุของโลกได้  ดังนั้นเงาราหูจึงเปรียบดัง  ทางเดิน  หรือ  ท่อลำเลียงธาตุจากชั้นบรรยากาศจากรอบนอกสุดขนาดมหึมา  ลงมาสู่ชั้นกลางของบรรยากาศ  ก่อนที่โลกจะดึงดูดลงมาปรุงแต่งแปลงสภาพกับธาตุในโลก  เพื่อให้เกิดสภาพที่เรียกว่าธรรมชาติขึ้นในโลก รากฐานอันก่อให้เกิดสรรพสิ่งทั้งหลาย  แล้วดับสูญไปในรูปวงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดของ  วัฏสงสาร  ซึ่งขัดแย้งกับนิพพานธรรมด้วยเหตุนี้  พระราหูจึงเป็นบ่อเกิดของกิเลสตัณหา  อุปมาดังมารแห่งพรหมจรรย์  ผู้แสวงหาความหลุดพ้นจะต้องลดละเลิกเพื่อหลีกหนีมายา  อุปาทานโดยเชื่อว่าเป็น  อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา

 

.......การล่วงรู้ถึงกระบวนการอันซับซ้อนซ่อนเงื่อน  ที่แฝงเร้นอยู่ภายในเงามืดของโลกว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่ง  ในการกำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลายขึ้นเฉพาะในโลกของเรา  เพราะในที่สุดแล้วไม่ว่าอนุภาคแสงแห่งดวงดาว  ระบบธาตุบนชั้นบรรยากาศ  และระบบธาตุในโลก  ก็ถูกปรุงแต่งแปลงสภาพให้เกิดภาพมายาอุปาทานขึ้นบนพื้นผิวโลก  ในรูปปรากฏการณ์ธรรมชาติ  และเห็นว่าพระราหูเป็นเงามืดที่เกิดจากโลก เฉพาะด้านที่แสงอาทิตย์สาดส่องไปไม่ถึงจึงอ้างว่าพระราหูไม่ใช่ดาวเคราะห์  เปรียบเปรยว่าเป็นอสูรกายท่อนหัว  ที่ถูกจักรพระนารายณ์ตัดขาดลอยละล่องอยู่บนอากาศเหนือโลก  ส่วนท่อนหางลองอยู่ในทิศตรงกันข้าม  ก็คือเวลากลางวันและกลางคืนในโลก

 

.......แม้ว่าพระราหูจะมีสภาพเป็นอากาศธาตุที่ห่อหุ้มโลกอยู่ก็ตาม  แต่เป็นตัวการบันดาลให้เกิดสิ่งทั้งหลายโลดแล่นกันบนพื้นผิวโลก  จึงตัดตอนอุปมาเสียใหม่ว่า  พระราหู  หมายถึง  โลก  ซึ่งเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในจักรวาลที่มี  มนุษย์  สัตว์  พืช  และธรรมชาติ  เกิดขึ้นต่อเนื่องกันไปไม่มีวันสิ้นสุด  เปรียบดังพระราหูถูกจักรพระนารายณ์แม้กายขาดออก 2 ท่อน  ก็ไม่ตายเป็นอสูรกายคอยรังควาญพวกเทวดาไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรม  ในที่สุดมนุษย์ก็กบฏต่อพระผู้เป็นเจ้า  และมีฤทธิ์อำนาจยิ่งกว่าเทวดาเสียอีก  เพราะว่าสามารถศึกษาเรียนรู้ความลับของจักรวาล  และความเป็นไปในโลกมนุษย์  อันเป็นที่มาของคำว่า  ศิวศาสตร์  หรือ  โลกศาสตร์  ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นไสยศาสตร์  ถูกดูแคลนว่าเป็นความเชื่อที่งมงายไร้เหตุผล  จนกระทั้งไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้ว  พระราหู  เป็นอย่างไร  แต่นับว่าโชคดีที่ครูบาอาจารย์ของชาวศรีวิชัย  ได้ถ่ายทอดความรู้วิชาโหรราศาสตร์สืบสานหลักปรัชญากันมาไม่ขาดสายจนถึงปัจจุบัน  จึงสามารถอธิบายให้เหตุและพิสูจน์ได้ว่าพระราหูคืออะไร

 

......กล่าวโดยสรุปแล้ว   พระราหู   ก็คือระบบชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก  ตั้งแต่ระดับชั้นพื้นผิวดิน  จนกระทั่งเขตติดต่อกันแดนอวกาศ  เฉพาะด้านที่ไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย ์อาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลตกอยู่ในความมืดมน อนธการดำทะมึน  แผ่ขยายขอบเขตออกไปในห้วงจักรวาล   หาขอบเขตมิได้  แหล่งที่ร่มเย็นไปจนถึงความหนาวเหน็บต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง  เป็นที่รวมของฝุ่นละอองธาตุ  คลื่นพลังนานาประการ  อุปมาดังท่อดึงดูดระบบธาตุจากชั้นบรรยากาศลงมาป้อนให้แก่โลกอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก  จึงเป็นรากฐานการก่อกำเนิดสิ่งทั้งหลายที่เรียกว่า  ธรรมชาติในโลก  วิชาโหราศาสตร์เรียกเงามืดนี้ว่า  พระราหู  มีคุณสมบัติเป็น  อากาศธาตุ  หรือธาตุลมไม่ใช่ดาวเคราะห์

 

.......ในภาคพยากรณ์ของวิชาโหราศาสตร์ซึ่งต้องการผลที่เกิดขึ้น เป็นปรากฏการณ์ของสิ่งทั้งหลายในโลก  เนื่องจากการปรุงแต่งแปลงสภาพของระบบธาตุจากชั้นบรรยากาศ กับระบบธาตุในโลกมีส่วนสัมพันธ์กับ  อนุภาคแสงดาว  แสงอาทิตย์  แสงจันทร์  ที่โคจรหมุนเวียนเป็นวงจรจึงเปลี่ยนแปลงกำหนดให้  พระราหู  เป็นโลกอีกอย่างหนึ่ง

 

.......ด้วยเหตุนี้พระราหูจึงหมายถึงโลกและเงามืดของโลกหรือภาคกลางวันในโลก  อันเป็นขุมคลังแห่งวิทยาการที่ศึกษาไม่มีวันจบสิ้น  เพิ่มพูนสติปัญญาให้โลกพัฒนาการรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้  อย่าดูหมิ่นดูแคลนพระราหู

 

                                                                                                   เรียบเรียงโดย

                                                                                                   พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล

                                                                                                   (อดีต)ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

 

                                           

 

                                                                                    ( 1 )   ( 2 )

 

Text Box:         กลุ่มทำพระหลักเมืองปลอม
            ปรากฏการณ์จตุคามรามเทพ
            พลตำรวจตรี ขุนพันธ์รักษ์ 
            ราชเดช
            อาจารย์มีชัย  เพชรอินทร์
           ของฝากสำหรับผีลูกกรอก
           ขอลูก
           ทำไมจึงไม่มีพิธีปลุกเสก
           พระราหูคืออะไร
           มีดจตุคามรามเทพ
           ความเป็นมาของพังพระกาฬ
           ดวงชะตาเมืองนคร
           พังพระกาฬในตำนานเมืองนครฯ
           พังพระกาฬในประวัติศาสตร์ศรี
           วิชัย
           พระราหูอมพระอาทิตย์
           พระราหูอมจันทร์
           รัฐนาวาไตตานิคทักษิณล่มในปี
           ราหูอวตาร
           ประตูเพชรใหญ่
           ถ้ำหลอด
           นครกาละจำบากนาคบูรีสี
           ราหูอวตาร
           ดาวหางลางแห่งความหายนะ
           องค์จตุคามรามเทพ
           พระผงนาคปรก 5 เศียร
           ภาพมายา
           ตาทิพย์
           พระนาคปรก 7 เศียรแห่งปีราหู 
            อวตาร
            คลื่นพระราหู
            นวางค์จักร
            ชาติเวรแห่งดวงดาว
            พระอินทร์ทรงปืน