
|
กลุ่มทำพระหลักเมืองปลอม หน้า 1 วัตถุมงคลของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์ รูปพระผงสุริยันจันทรา รูปเหรียญโลหะทั้งแบบ 4 เหลี่ยม 5 เหลี่ยม หรือวงกลม ผ้ายันต์ มีดจตุคามรามเทพ ตะกรุดแบบต่างๆ ตลอดจนพระผงนาคปรก 4 เหลี่ยม ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ องค์จตุคามรามเทพเป็นผู้กำหนดให้สร้างขึ้นทั้งสิ้น ในชั้นแรกมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นของสมนาคุณให้แก่ผู้ศรัทธาบริจาคเงินช่วยเหลือในการสร้างหลักเมือง ต่อมากำหนดให้สร้างขึ้นในโอกาสสำคัญต่างๆ เป็นการภายในเฉพาะกลุ่มศิษยานุศิษย์เท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์จะสร้างขึ้นเพื่อขายแต่อย่างใด วัตถุมงคลหลักเมืองทุกชนิดทุกแบบทุกรุ่น องค์จตุคามรามเทพ ได้มอบหมายให้ผู้เขียนเป็นผู้ออกแบบ จนพิจารณาเห็นว่าถูกต้องสมบูรณ์แล้วจึงสั่งให้สร้างขึ้นตามจำนวนที่กำหนด ได้ทำลายแม่พิมพ์เพื่อไม่ให้สร้างขึ้นใหม่อีก ต่อจากนั้น องค์จตุคามรามเทพ มอบหมายให้ผู้เขียนนำ รูปแบบศิลปกรรมวัตถุมงคลหลักเมือง ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ที่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตามกฎหมายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2543
......ดังนั้นผู้ใดทำเทียมลอกเลียนแบบ หรือดัดแปลง หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ดูคล้ายวัตถุมงคลของหลักเมือง ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา หรือหมายความว่า ลักทรัพย์ อันเป็นความผิดทางกฎหมายมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และการสร้างวัตถุมงคลหลักเมืองนั้น นอกจากผู้เขียนเป็นผู้ออกแบบทั้งหมดแล้ว ในการประกอบพิธีกรรม ผู้เขียนเป็นผู้เชิญ องค์จตุคามรามเทพ ประทับในร่างทรงตามฤกษ์ผานาทีที่กำหนดล่วงหน้า ซึ่งไม่มีใครสามารถทำได้ เพราะไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีความรู้เกี่ยวกับปรัชญาโหราศาสตร์ ดังนั้นในด้านการประกอบพิธีกรรม จึงต้องมีองค์ประกอบสำคัญ คือ ผู้เป็นร่างทรงอย่างหนึ่ง องค์จตุคามรามเทพ ประทับอยู่ในร่างอย่างหนึ่ง ผู้เขียนเป็นผู้ควบคุมและดำเนินพิธีกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ จึงถือว่าถูกต้องสมบูรณ์เชื่อถือได้หากองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการครบถ้วน
......เมื่อครั้งวัตถุมงคลของหลักเมืองมีราคาเพียงแค่ องค์ละ 49 บาท 39 บาท 19 บาท 12 บาท ก็ไม่ค่อยจะมีคนสนใจ บางครั้งมีคนยากจนอยากได้ก็ให้ไปฟรีๆ ก็ไมมีปัญหาอะไร ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาเขียนบอกเล่ากันอย่างนี้ แต่หลังจากพระหลักเมืองมีราคาเรือนแสน เรือนล้าน และหลายล้าน ก็เกิดพวกละโมภอยากร่ำรวย ถือโอกาสปลอมแปลงหลอกขายผู้คน ต่อมาตั้งตัวเป็นเจ้าสำนักทำผิดกฎหมายในลักษณะละเมิดลิขสิทธิ์ เที่ยวชักชวนวัดวาอาราม โรงเรียน โดยอ้างว่าหาเงินเพื่อการกุศลบังหน้ามีอยู่มากมายหลายกลุ่ม ผู้ที่หลงเชื่อส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ากลุ่มที่ทำพระหลักเมืองปลอม ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ไปแล้วทั้งสิ้น ซึ่งจะขอเปิดโปงเบื้องหน้าเบื้องหลังพฤติกรรมให้ทราบดังนี้
......1.กลุ่มนายอะผ่อง สกุลอมร หรือโกผ่อง และพี่น้องซึ่งมี โกช้า ตี๋เล็ก แต่เดิมนายอะผ่อง ถูกไล่ออกจากบ้านไปมีภรรยาชื่อ นางเขียว ชาวจังหวัดพัทลุง แต่ไปทำมาหากินอยู่ที่บ้านสวนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฐานะยากจนมากทำขนมซาลาเปา ขายอดมื้อกินมื้อน่าสงสารมาก นายเกียรติ หรืออาจารย์เขียด จึงช่วยเหลือนำไปครอบครูเพื่อให้เป็นร่างทรงของพระจีนจะได้ช่วยทำศาลเจ้า แต่ทำพิธีอย่างไรก็ทรงไม่ได้จึงเลิกราไป ต่อมาเมื่อผู้เขียนขอให้อาจารย์เขียดช่วยหาร่างทรงไปทำพิธีประทับทรงตามที่เจ้าแม่นางพญานัดหมาย จึงไปตามตัวนายอะผ่องไป ปรากฎว่าเมื่อผู้เขียนทำพิธีอันเชิญเจ้าแม่นางพญาในร่างทรง ก็เข้าทรงได้จึงเกิดความสงสัยว่าเข้าทรงจริงหรือปลอม ต้องทดลองกันหลายอย่างจนเป็นน่าเชื่อถือได้ว่าเข้าทรงจริง แต่ที่เข้าทรงได้เนื่องจากเจ้าแม่นางพญาบอกคาถาเป็นรหัสลับไว้ให้กับผู้เขียน จึงสามารถเชิญให้ประทับทรงในร่างใครก็ได้
......เมื่อผู้เขียนทราบว่านายอะผ่องลำบากยากจน จึงช่วยเหลือในเรื่องเงินทองให้พออยู่ได้และเมื่อเริ่มต้นสร้างเสาหลักเมือง จึงให้เป็นร่างทรงของ องค์จตุคามรามเทพ โดยให้เงินช่วยเหลือไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน สมัยที่ คุณศิริชัย มูลกุล เจ้าของบริษัทในเครือมาบุญครอง ซึ่งเป็นเพื่อนรักกับผู้เขียนเกิดปัญหาในเรื่องการก่อสร้างศูนย์การค้ามาบุญครอง ผู้เขียนจึงขอให้ องค์จตุคามรามเทพ ช่วยเหลือจนในที่สุดผ่านพ้นวิกฤติการณ์นั้นไปได้ ผู้เขียนจึงให้ช่วยเหลือซื้อบ้านเก่าหลังหนึ่งให้ นายอะผ่องและครอบครัวได้อยู่อาศัยไม่น่าเวทนาเหมือนแต่ก่อน และให้เงินช่วยเหลือพอลืมตาอ้าปากได้ ญาติพี่น้องที่เคยหมางเมินรังเกียจเห็นว่า นายอะผ่อง มาเป็นร่างทรงของหลักเมืองมีหน้ามีตาก็ไปมาหาสู่ คอยหาโอกาสทำพระโดยอาศัยการสร้างหลักเมืองแต่ผู้เขียนไม่ยินยอมให้ทำจึงถอยไป ต่อมาเมื่อมีการสร้างศาลหลักเมืองและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบศาลหลักเมือง จำเป็นต้องรื้อถอนโรงพิธีและสถานที่เก็บวัตถุมงคลหลักเมือง เห็นว่าที่บ้านนายอะผ่อง ซึ่งศิษยานุศิษย์หลักเมืองช่วยกันสร้างขึ้นใหม่ใหญ่โตกว้างขวาง เหมาะสมที่จะเก็บวัตถุมงคลหลักเมืองได้ จึงแบ่งปันไปเก็บไว้ที่บ้านนายอะผ่อง ส่วนหนึ่ง บ้านนายโยธิน หรือ โกเบ้ง บางส่วน บ้านนายเชษฐ์พงศ์ หรือนายวัน ร้านนครแสงฟ้าอีกส่วนหนึ่ง
......ภายหลังจากวัตถุมงคลหลักเมืองเริ่มมีราคาสูงขึ้น ปรากฏว่า นายอะผ่อง ซื้อของใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือยผิดปกติ จึงสืบสวนติดตามดูพฤติกรรมจนรู้ว่าได้ขโมยวัตถุมงคลของหลักเมืองขายให้แก่นายเชษฐ์โฟโต้ และพวกนักขายพระ บริเวณศูนย์การค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน จึงได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์สินของหลักเมือง และไล่ออกจากการเป็นร่างทรง ต่อมานายอะผ่อง เริ่มหากินในการสร้างพระขาย โดยทำเลียนแบบวัตถุมงคลของหลักเมืองร่วมกับญาติที่น้อง จึงถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากนั้นออกเดินสายต้มตุ๋นหลอกลวงชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ร่วมกับพระหนุ่ย วัดคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และชักชวนพระวัดต่างๆ ให้ทำพระหลักเมือง โดยอ้างว่าจะนำเงินไปช่วยการกุศล อย่างนั้นอย่างนี้มากมายหลายแห่ง
|








|
พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล |


