



|
พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล |






|
กลุ่มทำพระหลักเมืองปลอม หน้า 2 2.กลุ่มพระหนุ่ย หรือหลวงหนุ่ย พระลูกวัด วัดคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พยายามตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์อยู่ก่อนแล้ว เมื่อวัตถุมงคลหลักเมืองเริ่มเป็นที่นิยมของผู้คนมีชื่อเสียงราคาแพง ก็พยายามทำทีไปตีสนิทกับ คุณประภัสร ธีรพันธุ์ ซึ่งองค์จตุคามรามเทพอนุญาตให้สร้าง พระนาคปรก 9 เศียร ขนาดความสูง 1 เมตร 9 เซ็นติเมตร และพระปิดตาพังพระกาฬแบบลอยองค์ ตลอดจนวัตถุมงคลอย่างอื่นเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปเปิดศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ในวันที่ 16 มิถุนายน 2543 โดยประกอบพิธีที่เกาะเภตรา อำเภอปะเหลียน จังหวัดสตูล พระหนุ่ยขออนุญาตติดตามไปด้วย ทำทีเป็นผู้ถือกล้องวีดีโอเพื่อบันทึกภาพ ห่มจีวรสีฝาดทำทีว่าเป็นพระที่เคร่งครัดในศีล แต่กิริยามารยาทไม่น่าไว้วางใจ ผู้เขียนจึงไม่ให้เข้าใกล้ไม่สนทนาด้วย เพราะตามปกติในพิธีกรรมของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นพิธีของฝ่ายอาณาจักร ไม่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้าซึ่งเป็นฝ่ายศาสนจักร แต่เมื่อพระหนุ่ยขอติดตามไปก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
......หลังจาก นายอะผ่อง ถูกไล่ออกจากศาลหลักเมือง และถูกดำเนินคดีไม่มีรายได้ จึงหาวิธีการหลอกลวงชาวบ้านโดยไปสมคบกับ พระหนุ่ย ทำพิธีประทับทรงอ้างว่าเป็นร่างทรงของ องค์จตุคามรามเทพ ทำให้ผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงหลงเชื่อ เสียเงินเสียทองไปเป็นอันมาก และพระหนุ่ยได้นำเงินไปสร้างรูปจตุคามรามเทพขึ้นในวัดคอหงส์ สร้างวัตถุมงคลเลียนแบบพระหลักเมือง อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจึงแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทำหนังสือรายงานต่อเถระสมาคมรวมทั้งกรมศาสนา จึงถูกสอบสวนจับสึก ได้ไปร้อง ให้อ้อนวอนผู้หลักผู้ใหญ่ขอให้ช่วยพูดกับผู้เขียน รับปากว่าจะเลิกประพฤติชั่วต่างๆ แต่ภายหลังคิดว่าคดียุติแล้วจึงได้แสดงอิทธิฤทธิ์มากขึ้น แตกคอกับนายอะผ่อง ตั้งสำนักเปิดตัวเป็นร่างทรง องค์จตุคามรามเทพเสียเอง ขณะนี้ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์ใหญ่เที่ยวทำพิธีปลุกเสกพระจตุคามรามเทพ ให้แก่วัดวาอารามต่างๆ สำนักต่างๆ หลายแห่ง ซึ่งจะต้องติดตามดำเนินคดีกันต่อไป
......3.พระโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีข้อมูลว่าเป็นคนปักษ์ใต้แต่ไปบวชอยู่ที่วัดนั้น รู้จักคุ้นเคยกับนายอะผ่อง อย่างไรไม่ทราบได้ ในชั้นต้นนำ นายอะผ่องไปประทับทรงหลอกลวงว่าเป็นร่างทรงของ องค์จตุคามรามเทพ โดยปกปิดข้อเท็จจริงในเรื่องการถูกไล่ออกเอาไว้ และเป็นการประทับทรงหลอก ขณะนั้นวัตถุมงคลหลักเมืองกลายเป็นของมีค่าหายากและราคาแพงมาก เป็นที่ต้องการของตลาดนักเล่นพระ จึงได้ปลอมแปลงและทำเทียมเลียนแบบวัตถุมงคลหลักเมืองนครศรีธรรมราชออกมามากมาย ขายกันไป วัดพุทไธสวรรค์ ผู้เขียนได้มอบหมายให้ทนายความปลอมตัวไปซื้อวัตถุมงคลที่วัด เมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอจึงไปแจ้งความให้ดำเนินคดี พระโชติ และเจ้าอาวาสวัดพุทไธสวรรค์ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าพนักงาน พระพวกนี้มีลูกศิษย์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน พยายามต่อสู้ขัดขวางการดำเนินคดีของตำรวจ และพยายามทำพระหลักเมืองรุ่นต่างๆ หลอกขายผู้คนในราคาแพงมาก โดยอาศัยคราบของความเป็นพระสงฆ์และวัดเป็นแหล่งต้มตุ๋นพุทธศาสนิกชน เมื่อถูกติดตามจับกุมเกรงกลัวความผิดจัดพิมพ์ใบประกาศสั่งจองวัตถุมงคลของวัดพุทไธสวรรค์ แต่เปิดให้จองตามศูนย์การค้าต่างๆ ไม่กล้าขายที่วัดเพราะกลัวถูกจับ จึงใช้เล่ห์เพทุบายต่างๆ หลอกลวงผู้ที่หลงเชื่อ เช่นอ้างว่าจะทำพิธีเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์ โดยเชิญเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงไปเป็นเกียรติเป็นประธานในการเททองหล่อพระ แต่เบื้องหลังสร้างวัตถุมงคลของหลักเมือง ในลักษณะปลอมปลงขาย เพื่อโก่งราคาว่าเป็นรุ่นที่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเป็นผู้ทำพิธี เป็นรุ่นนำฤกษ์ หรือเป็นรุ่นพิเศษอย่างอื่นสุดแล้วแต่จะหาวิธีการต้มตุ๋นมาหลอกผู้คนได้ ......4.กลุ่มลูกชาย พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช คือ
|

