



|
พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล |






|
กลุ่มทำพระหลักเมืองปลอม หน้า 4 ......5.นายวัชรพงศ์ ระดมเพ็ง หรือนายอุ๊ กรุงสยาม อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารพระเครื่องกรุงสยาม นิตยสารพระเครื่องเพรสตีก ซึ่งเคยขอให้ คุณสุวัฒน์ เหมอังกูร อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแคว นำเสนอข้อมูลซึ่งได้จากผู้เขียนแนะนำผู้สนใจเพื่อทราบที่มาที่ไปของพระหลักเมือง ตีพิมพ์ติดต่อกันมาหลายฉบับ เมื่อเห็นว่าวัตถุมงคลของหลักเมืองมีคนต้องการมากราคาสูง จึงเกิดความโลภอยากได้เงินได้ทองตามวิสัยของพวกพุทธพาณิชย์ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเข้าใกล้ติดต่อกับผู้เขียน เพื่อหาทางสร้างพระขาย รู้ว่า นายอะผ่อง ถูกไล่ออกจากการเป็นร่างทรงของ องค์จตุคามรามเทพ มองเห็นหนทางทำมาหากินโดยติดต่อกับนายอะผ่อง ให้ร่วมทำพระหลักเมืองหาผลประโยชน์ร่วมกัน ทำอยู่ได้ไม่นานก็เกิดปัญหาไม่ลงรอยกัน จึงออกข่าวโจมตีว่า นายอะผ่อง เป็นร่างทรงปลอมหลอกลวงคนที่ไม่รู้ความจริง ส่วนนายวัชรพงศ์ ได้ติดต่อกับ พระครูสงบ เจ้าอาวาสวัดนางพญา ตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งผู้เขียนเคยบอกเล่าว่าได้พบ องค์จตุคามรามเทพ เมื่อครั้งไปเป็นประธานทอดกฐินที่วัดนั้น ได้ชักชวนหว่านล้อมเจ้าอาวาสสร้างพระหลักเมืองปลอม ทำพิธีปลุกเสกใหญ่โตอ้างว่าหาเงินเพื่อบูรณะวัด และศาลเจ้าแม่นางพญา ผู้เขียนจึงมอบหมายให้ทนายความร้องทุกข์ดำเนินคดี นายวัชรพงศ์ ระดมเพ็ง และเจ้าอาวาสวัดนางพญา ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ คดีอยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน . .....ต่อมานายวัชรพงศ์ ระดมเพ็ง ได้ชักชวน นายไมตรี บุญสูง เจ้าของโรงแรม เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษานิตยสารกรุงสยาม ให้สร้างพระผงสุริยันจันทรา โดยลอกเลียนแบบหลักเมือง อ้างว่าจะนำรายได้ไปทำบุญที่วัดในเตา จังหวัดตรัง นายไมตรี บุญสูง ได้เซ็นชื่อของตนไว้บนพระผงสุริยันจันทราที่สร้างขึ้น เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ เมื่อผู้เขียนให้ทนายแจ้งความดำเนินคดีก็ใช้อิทธิพลทางการเงินวิ่งเต้นทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจดำเนินการและพยายามติดต่อขอร้องผู้เขียนด้วยเกรงจะเสียชื่อเสียง แต่ผู้เขียนไม่ยินยอมและจะต้องดำเนินการต่อไปให้ถึงที่สุด . .....6. กลุ่มเสี่ยเจ็ด ร้านขายพระศูนย์การค้ามาบุญครอง อวดอ้างเป็นเจ้าสำนักสร้างเหรียญพังพระกาฬเนื้อโลหะ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ออกแบบให้เหมือนที่ผู้เขียนออกแบบไว้อย่างที่สุด ทั้งขนาดและนำหนัก โฆษณาชวนเชื่อให้ผู้สนใจสั่งจองผ่านสื่อทุกทาง พร้อมทั้งจัดขบวนรถบัสนำผู้ที่หลงเชื่อไปประกอบพิธีกรรมตามโบราณสถานต่างๆ เช่นปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ และอีกหลายแห่งนับว่าเพื่อให้เกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์ และรอคอยวันเวลาที่ผู้เขียนจะประกอบพิธีกรรมบนภูเขาบ้านศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่ออ้างแก่ผู้สั่งจองว่าทำพิธีในวันเวลาและฤกษ์เดียวกันกับผู้เขียน โดยไม่รู้ว่าผู้เขียนได้ทำพิธีล่วงหน้าไปแล้ว ผู้เขียนได้มอบหมายให้ทนายความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน กรุงเทพ ขณะนี้ตกเป็นผู้ต้องหาไม่กล้านำเหรียญพังพระกาฬที่ตนเองสร้างขึ้นมาวางขาย เพราะกลัวถูกตำรวจจับ . .....7. กลุ่มนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช และอดีตเลขานุการส่วนตัวของนายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นใหม่ จึงไม่ทราบว่าเมื่อครั้งพรรคประชาธิปัตย์ล่มจมหลังวันมหาวิปโยค 6 ตุลาคม 2519 จนเกือบกลายเป็นพรรคต่ำสิบ เพิ่งฟื้นตัวขึ้นเมื่อ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ให้เข้าร่วมรัฐบาล แต่ก็ยังอยู่ในสภาพตกต่ำย่ำแย่จน นายวีระ มุสิกะพงศ์ เลขานุการพรรคประชาธิปัตย์ บากหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก องค์จตุคามรามเทพ ประกอบพิธีกันที่บ้านของผู้เขียน จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์พลิกฟื้นชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนราษฎรถึง 100 คน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จนกระทั่งเติบโตขึ้นมาได้ทุกวันนี้ ซึ่งนายสัมพันธ์ ทองสมัตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รู้เรื่องดีแต่ไม่ได้ห้ามปราม ทั้งยังมีท่าทีเข้าด้วยช่วยเหลือฝ่ายที่กระทำความผิดด้วย จึงเป็นเรื่องที่ องค์จตุคามรามเทพ จะต้องชำระสะสางกับพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่ละเว้น ส่วนผู้เขียนได้แจ้งความดำเนินคดี นายเทพไท เสนพงศ์กับพวก ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน จะได้เห็นบาปกรรมที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ก่อขึ้นในครั้งนี้ส่งผลกระทบกระเทือนมาถึงพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรงต่อเนื่อง ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาที่จะยุบพรรคการเมืองเก่าแก่อยู่ แม้ไม่รู้ผลว่าจะเป็นอย่างไร แต่เป็นสิ่งน่าสังเกตว่าเมื่อเกิดการรัฐประหารจน พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายกรัฐมนตรี ไม่มีแผ่นดินอยู่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตมากมาย พรรคไทยรักไทยกำลังจะถูกยุบ แตกกระฉานซ่านเซ็น ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เอาทักษิณ ไม่เอาพรรคไทยรักไทย แต่ไม่มีใครเอาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีใครเอา นายอภิสิทธิ์ ต่อให้รูปหล่อขนาดไหนก็ไม่มีใครเอา อาจเป็นผลกรรมที่จะต้องตามสนองและหนักหน่วงยิ่งขึ้นในอนาคต จงเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี
.....8. กลุ่มนายสุรศักดิ์ และจ่าแจง พวกนี้แต่เดิมทำทีเข้ามาตีสนิทกับผู้เขียนโดยการแนะนำของ คุณสุวัฒน์ เหมอังกูร นับว่ามีความเลื่อมใสศรัทธาต่อ องค์จตุคามรามเทพ อย่างล้นเหลือ ขอให้ไปช่วยตั้งพระที่บ้านทางฝั่งธนบุรี ผู้เขียนก็ไปกับองค์จตุคามรามเทพ เพื่อดูว่ารู้จักหน้าไม่รู้ใจ ถ้าองค์จตุคามรามเทพ ศักดิ์สิทธิ์จริงจะต้องล่วงรู้ไม่มีทางหลอกต้มได้ ในที่สุดความจริงก็ปรากฏเมื่อ องค์จตุคามรามเทพบอกให้สร้าง พระนาคปรก 3 เศียร หล่อด้วยโลหะ ขนาดความสูงราว 18 นิ้ว และพระนาคปรก 5 เศียร เนื้อโลหะ ขนาดความสูง 1 นิ้วครึ่ง จึงบังเกิดความโลภมากอยากได้แสดงออกมาให้เห็น เมื่อผู้เขียนขอให้รีบหาช่างปั้นหุ่นเพื่อให้ทันวันที่ องค์จตุคามรามเทพ กำหนด ทั้งๆที่รู้กันอยู่ว่าช่างของตนไม่มีฝีมือซึ่งผู้เขียนบอกเตือนมาหลายครั้ง แต่ก็พยายามที่จะใช้ช่างของตนเป็นผู้ปั้นหุ่น โดยคิดว่าถ้าผู้เขียนอนุญาตให้ทำตามที่ต้องการก็สามารถสร้างพระได้เกินจำนวนเท่าใดก็ได้ ถ้าพระมีราคานำออกมาขายก็จะร่ำรวยขึ้นทันตาเห็น แต่ผู้เขียนเห็นว่าไม่ไว้วางใจจึงมอบหมายให้ คุณสมชาติ ศรีรัตนรุ่งเรือง หาช่างปั้นหุ่นตามที่ผู้เขียนกำหนดเสร็จสิ้น สามารถสร้างพระนาคปรกขึ้นตามจำนวนที่กำหนดทันวันเวลาประกอบพิธีกรรม ซึ่งเรียกกันว่า พระรุ่น 108 ศพ เพราะหลังจากประกอบพิธีกรรมบนเกาะทะลุ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสร็จสิ้น เช้าวันรุ่งขึ้นพวกขบวนการโจรแยกดินแดนได้ยกกำลังเข้าโจมตีฐานที่ตั้งทหารตำรวจ 9 จุด ถูกเจ้าหน้าที่ยิงตายไปรวมทั้งในมัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี 108 ศพ อันเป็นการเปิดโปงให้เห็นถึงขบวนการทำลายชาติซึ่ง พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีดูแคลนว่าเป็นโจรกระจอก พวกค้ายาเสพติด พวกค้าของเถื่อน พวกมิจฉาชีพตามแนวชายแดน องค์จตุคามรามเทพ จึงบอกใบ้ให้รู้ว่าภัยของชาติบ้านเมืองน่ากลัวขนาดไหน พวกกลุ่มนายสุรศักดิ์ และจ่าแจง ดำเนินการทำพระปลอมยังไม่ทันเสร็จสิ้นเกิดทะเลาะแตกแยกกัน ขาดทุนหมดเนื้อหมดตัว ร่างทรงที่เตรียมไว้ประทับทรงหลอกลวงต้มตุ๋นผู้คนก็หายหน้าหายตาไป ตอนแรกมีข่าวว่าไปติดต่อกับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จะทำพระจตุคามรามเทพแจก ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร ในจังหวัดนราธิวาส เพื่อปกป้องคุ้มครองอันตรายจากพวกโจรแยกดินแดน แต่ไม่เห็นมีวัตถุมงคลออกมา จึงยังไม่มีหลักฐานที่จะดำเนินคดี . .....นอกจากนี้ยังมีพระตามวัดต่างๆ ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์เที่ยวทำพิธีปลุกเสก จตุคามรามเทพ มากมายหลายแห่ง ทั้งนี้เพราะว่าสร้างพระแบบอื่นขายไม่ได้ จึงหันมาสร้างพระเลียนแบบวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชกันทั่วประเทศ แม้แต่ตัวผู้เขียนเองแทบทุกวันเจ้าอาวาสวัดต่างๆ โทรศัพท์มาติดต่อขอให้ไปช่วยเป็นประธานสร้างพระจตุคามรามเทพ เพื่อหาเงินบำรุงวัด ผู้เขียนตอบปฏิเสธไปทุกรายเมื่อการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชเสร็จสิ้นแล้ว ก็ไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาอีกนอกจาก องค์จตุคามรามเทพบอกให้สร้างเพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองและประชาชน โดยอาศัยการโคจรของดวงดาวที่สัมพันธ์กับดวงเมืองในทางร้าย ลำพังผู้เขียนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้ จะต้องได้รับความยินยอมจาก องค์จตุคามรามเทพ จึงร่วมประกอบพิธีกรรมดังที่เห็นกันอยู่ ไม่ใช่คิดจะทำอะไรตามใจชอบได้ . .....ดังนั้นการสร้างพระหลักเมืองก็ดี พระจตุคามรามเทพก็ดี ไม่ว่าเป็นพระสงฆ์องค์เจ้ามีสมณะศักดิ์สูงขนาดไหน พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือใครก็ตามที่อ้างว่าทำพิธีปลุกเสก หรือเทวาภิเษกขึ้นอย่างถูกต้อง โดยผ่านการประทับทรงของ องค์จตุคามรามเทพ ล้วนแต่เป็นพระปลอมที่ผิดกฎหมาย และหลวกลวงผู้คนให้หลงเชื่อทั้งสิ้น เพราะว่า องค์จตุคามรามเทพ ไม่เคยปลุกเสกพระให้ใคร แม้แต่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์มาช้านาน เมื่อถึงคราเป็นผู้นำการกู้ชาติ องค์จตุคามรามเทพ ก็ได้มอบพระผงสุริยันจันทรา ผ้ายันต์ และธงหนุมาน ที่สร้างไว้แล้วมอบให้ไปแจกจ่ายแก่สมาชิก โดยไม่ต้องซื้อไม่ต้องขอและไม่ต้องการอะไร แต่เป็นการแผ่บารมีธรรมตามวิถีทางของพระโพธิสัตว์
เรียบเรียงโดย พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล (อดีต)ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
11 กุมภาพันธ์ 2550.
|

